จากที่เคยอ่านมือถือได้สบาย วันหนึ่งกลับต้องยืดแขนออกไปไกลๆ ถึงจะชัด นี่คือสัญญาณแรกที่เกือบทุกคนเจอเมื่ออายุเข้าเลข 4 มาดูกันว่าเกิดจากอะไร และแก้ได้กี่วิธี
เขียนโดย ทีม Retina Optic · อัปเดต 24 ก.ย. 2569 · อ่าน 7 นาที
สัญญาณแรกที่มักไม่รู้ตัว
ลองเช็กดูว่ามีข้อไหนตรงกับคุณบ้าง
- ต้องยืดแขนถือมือถือหรือเมนูอาหารให้ไกลขึ้นถึงจะอ่านออก
- ตัวหนังสือเล็กๆ เช่น ฉลากยา ใบเสร็จ อ่านยากโดยเฉพาะในที่แสงน้อย
- อ่านหนังสือหรือทำงานใกล้ๆ ได้ไม่นานก็ล้า ปวดตา หรือปวดหัวช่วงเย็น
- คนที่สายตาสั้นอยู่แล้วเริ่มต้องถอดแว่น หรือดันแว่นขึ้นหน้าผากเวลาดูมือถือ
- ต้องเปิดไฟสว่างกว่าเดิมเวลาอ่านหนังสือ
อาการพวกนี้มักมาค่อยเป็นค่อยไป หลายคนจึงชินไปเองโดยไม่รู้ว่าตาทำงานหนักขึ้นทุกวัน
เกิดจากอะไร
เวลามองของใกล้ ตาจะปรับโฟกัสโดยให้กล้ามเนื้อรอบเลนส์ตาหดตัว เลนส์ตาที่ยืดหยุ่นก็จะโป่งขึ้นเพื่อเพิ่มกำลังขยาย คล้ายเลนส์กล้องที่ซูมโฟกัสเข้าหาวัตถุใกล้
เลนส์ตาของเราสร้างเซลล์ใหม่ทับชั้นเดิมไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต เหมือนหัวหอมที่หนาขึ้นทีละชั้น เมื่อเวลาผ่านไปเลนส์จึงแน่นและแข็งขึ้น โป่งได้น้อยลง ความสามารถในการโฟกัสระยะใกล้ก็ลดลงตาม นี่คือ สายตายาวตามอายุ (Presbyopia)
|
ต่างจาก “สายตายาว” แบบที่เป็นตั้งแต่เด็ก สายตายาวแต่กำเนิด (Hyperopia) เกิดจากกระบอกตาสั้นกว่าปกติ ส่วนสายตายาวตามอายุเกิดจากเลนส์ตาแข็งตัว เป็นคนละเรื่องกัน แต่คนที่สายตายาวแต่กำเนิดมักรู้สึกถึงสายตายาวตามอายุเร็วกว่าคนอื่น |
คนสายตาสั้นเป็นไหม
เป็นครับ ความเชื่อที่ว่า “สายตาสั้นแล้วแก่ไปจะหักล้างกัน ไม่ต้องใส่แว่นอ่านหนังสือ” เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ คนสายตาสั้นถ้า ถอดแว่น จะยังอ่านใกล้ได้ เพราะตาสั้นโฟกัสระยะใกล้อยู่แล้ว แต่พอ ใส่แว่นมองไกล จะเริ่มอ่านมือถือไม่ชัด จึงต้องถอดเข้าถอดออกทั้งวัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเลนส์โปรเกรสซีฟมากที่สุด
ตัวอย่าง: คุณเอ อายุ 46 ปี สายตาสั้น -4.00 ใส่แว่นขับรถได้ชัด แต่เวลาอ่านไลน์ต้องดันแว่นขึ้นหน้าผาก เพราะต้องการกำลังเลนส์ระยะใกล้เพิ่มราว +1.25 ถ้าจะมีแว่นอันเดียวที่ทั้งขับรถและอ่านไลน์ได้ ต้องใช้เลนส์ที่มีทั้งสองค่าในชิ้นเดียว
ค่าสายตาเปลี่ยนตามอายุอย่างไร
ค่าที่ร้านแว่นใช้เรียกกำลังเลนส์ระยะใกล้ที่ต้องเพิ่มคือ ADD ค่านี้จะเพิ่มขึ้นตามอายุ แล้วค่อนข้างนิ่งราวอายุ 60 ปี ตัวเลขด้านล่างเป็นค่าโดยประมาณเท่านั้น แต่ละคนต่างกันตามระยะที่ใช้งานและสภาพตา
|
อายุโดยประมาณ |
ADD โดยประมาณ |
สิ่งที่มักรู้สึก |
|
40–44 ปี |
+0.75 ถึง +1.25 |
อ่านตัวเล็กยากขึ้นในที่แสงน้อย เริ่มยืดแขน |
|
45–49 ปี |
+1.25 ถึง +1.75 |
ต้องมีแว่นอ่านหนังสือ หรือถอดแว่นดูมือถือ |
|
50–54 ปี |
+1.75 ถึง +2.25 |
ระยะจอคอมเริ่มไม่ชัด ต้องใช้ระยะกลางเพิ่ม |
|
55–59 ปี |
+2.25 ถึง +2.50 |
ระยะที่มองชัดผ่านแว่นอ่านหนังสือแคบลงมาก |
|
60 ปีขึ้นไป |
+2.50 ถึง +3.00 |
ค่าเริ่มนิ่ง ควรตรวจสุขภาพตาเช่นต้อกระจกด้วย |
ยิ่งค่า ADD สูง ระยะที่แว่นอ่านหนังสือมองชัดยิ่งแคบลง ช่วงอายุ 50 ขึ้นไปหลายคนจึงเริ่มรู้สึกว่า “แว่นอ่านหนังสือดูจอคอมไม่ชัด” เพราะจออยู่ไกลกว่าระยะอ่าน
ทางแก้ทั้งหมด เทียบกันชัดๆ
1. แว่นอ่านหนังสือ (เลนส์ชั้นเดียว)
มองใกล้ได้ชัดและกว้างที่สุด ราคาประหยัด แต่ใช้ได้ระยะเดียว มองไกลเบลอต้องถอดทุกครั้ง แว่นสำเร็จรูปใช้ชั่วคราวได้ถ้าสองตาค่าใกล้กันและไม่มีสายตาเอียง ถ้าไม่ใช่ ควรตัดตามค่าสายตาจริง
2. แว่นสองอัน (มองไกลอันหนึ่ง อ่านหนังสืออันหนึ่ง)
ได้ภาพคมทั้งสองระยะ แต่ต้องพกและสลับตลอด ลืมหรือวางหายบ่อย และไม่มีระยะกลางสำหรับจอคอม
3. เลนส์โปรเกรสซีฟ
แว่นอันเดียวมองได้ไกล กลาง ใกล้ ไม่มีรอยต่อ เหมาะกับการใช้ชีวิตทั่วไปทั้งวัน ต้องปรับตัวช่วงแรกและขอบด้านข้างเบลอเล็กน้อย อ่านรายละเอียดใน เลนส์โปรเกรสซีฟคืออะไร
4. เลนส์สำหรับทำงาน (Office / Near-variable)
ออกแบบให้ระยะใกล้และระยะกลางกว้าง เหมาะกับคนที่นั่งทำงานหน้าคอมและเอกสารหลายชั่วโมง ใช้คู่กับโปรเกรสซีฟหรือแว่นมองไกล ดู เลนส์สำหรับคนทำงานหน้าคอม
5. คอนแทคเลนส์มัลติโฟคอล
เหมาะกับคนที่ใส่คอนแทคเลนส์อยู่แล้วและไม่อยากใส่แว่น ความคมชัดอาจด้อยกว่าแว่นเล็กน้อย โดยเฉพาะในที่แสงน้อย และต้องให้ผู้เชี่ยวชาญฟิตติ้ง
6. การผ่าตัด
มีทั้งการทำเลสิกให้ตาข้างหนึ่งมองไกลอีกข้างมองใกล้ (Monovision) และการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาเป็นเลนส์เทียมหลายระยะ ซึ่งมักพิจารณาเมื่อมีต้อกระจกร่วมด้วย ทั้งหมดต้องปรึกษาจักษุแพทย์
|
วิธี |
ไกล |
กลาง |
ใกล้ |
เหมาะกับ |
|
แว่นอ่านหนังสือ |
– |
น้อย |
ดีมาก |
อ่านอย่างเดียว ไม่มีสายตามองไกล |
|
แว่นสองอัน |
ดีมาก |
– |
ดีมาก |
คนที่ไม่รังเกียจการสลับแว่น |
|
โปรเกรสซีฟ |
ดี |
ดี |
ดี |
ใช้ชีวิตทั่วไปด้วยแว่นอันเดียว |
|
เลนส์ทำงาน |
– |
ดีมาก |
ดีมาก |
นั่งโต๊ะทำงานหลายชั่วโมง |
|
คอนแทคมัลติโฟคอล |
ดี |
ดี |
พอใช้ |
คนใส่คอนแทคอยู่แล้ว |
อาการแบบไหนควรพบจักษุแพทย์
สายตายาวตามอายุไม่ใช่โรค แต่วัยเดียวกันนี้เป็นช่วงที่โรคตาอื่นเริ่มพบได้บ่อยขึ้น ถ้ามีอาการต่อไปนี้ ควรพบจักษุแพทย์ก่อนตัดแว่นใหม่
|
• เห็นเส้นตรงเป็นคลื่น หรือมีจุดดำ/ภาพหายตรงกลาง • เห็นแสงวาบ หรือจุดลอยไปมาเพิ่มขึ้นทันที หรือมีม่านบังบางส่วน • มองเห็นแย่ลงเร็วผิดปกติ หรือค่าสายตาเปลี่ยนบ่อยมาก (โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน) • ตาแดง ปวดตามาก ร่วมกับเห็นแสงไฟเป็นวงรุ้ง • มองแสงไฟตอนกลางคืนแล้วแตกกระจาย หรือภาพขุ่นมัวเหมือนมองผ่านกระจกฝ้า |
ถึงไม่มีอาการ คนอายุ 40 ขึ้นไปก็ควรตรวจตาเป็นประจำทุก 1–2 ปี เพราะโรคอย่างต้อหินมักไม่มีอาการในระยะแรก
คำถามที่พบบ่อย
ใส่แว่นอ่านหนังสือแล้วสายตาจะแย่ลงเร็วขึ้นไหม
ไม่ครับ ค่าสายตาระยะใกล้เพิ่มขึ้นตามอายุอยู่แล้วไม่ว่าจะใส่แว่นหรือไม่ การฝืนไม่ใส่ไม่ได้ช่วยชะลอ มีแต่ทำให้ปวดตาและล้าง่าย
แว่นอ่านหนังสือสำเร็จรูปใช้ได้ไหม
ใช้ชั่วคราวได้ถ้าตาสองข้างค่าใกล้เคียงกันและไม่มีสายตาเอียง แต่ถ้ามีสายตาสั้น เอียง หรือสองข้างต่างกัน ควรตัดแว่นตามค่าสายตาจริง จะสบายตากว่ามาก
ทำเลสิกแก้สายตายาวตามอายุได้ไหม
เลสิกแบบปกติแก้ที่กระจกตา ไม่ได้ทำให้เลนส์ตากลับมายืดหยุ่น จึงไม่ได้แก้สายตายาวตามอายุโดยตรง บางกรณีแพทย์ใช้วิธีให้ตาข้างหนึ่งมองไกล อีกข้างมองใกล้ ซึ่งแลกกับการกะระยะลึกที่ลดลง ต้องปรึกษาจักษุแพทย์
ควรเปลี่ยนแว่นบ่อยแค่ไหน
ช่วงอายุ 40–60 ปีค่า ADD เปลี่ยนเร็ว ควรตรวจทุก 1–2 ปี ถ้าเริ่มยืดแขนอ่านอีกครั้งหรือล้าง่ายขึ้น แปลว่าถึงเวลาตรวจใหม่แล้ว
|
เริ่มมีอาการแล้ว มาตรวจก่อนได้เลย ตรวจวัดสายตาฟรีทุกสาขา แล้วลองมองผ่านเลนส์ทดสอบว่าแบบไหนเหมาะกับการใช้งานของคุณ ปุ่ม “ดูโปรโปรเกรสซีฟ 8,900 บาท” → [ใส่ลิงก์: ลิงก์หน้าโปร 8,900] ปุ่ม “เลือกสาขาใกล้บ้าน” → https://retina-optic.com/branch/ |
แหล่งอ้างอิง
American Academy of Ophthalmology (AAO) – Presbyopia, Eye exams for adults over 40; American Optometric Association (AOA) – Presbyopia · ค่า ADD ในตารางเป็นค่าประมาณทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจสายตา